วันศุกร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ฟื้น"ไม้หมายเมือง" เชียงใหม่ ปลูกสำนึกรักถิ่น

ใน จ.เชียงใหม่ ต้นไม้ที่เป็นเอกลักษณ์ท้องถิ่น หรือที่เรียกว่า 'ไม้หมายถิ่น, ไม้หมายทาง' มีแนวโน้มว่าในอนาคตจะมีจำนวนลดลงและเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์เป็นอย่างยิ่ง จากข้อมูลของมูลนิธิไทยรักษ์ป่าทำให้รู้ว่า ไม้หมายถิ่นในที่สาธารณะ ต้นไม้ใหญ่ๆ ไม้ที่เติบโตมาพร้อมกับประวัติศาสตร์เมืองเหนือแห่งนี้จะถูกตัดโค่นแหลกราญ จากการขยายตัวของสังคมเมือง การตัดขยายถนน และการปรับภูมิทัศน์
แต่ในช่วง 5 ปีหลัง คนเชียงใหม่ต่อต้านการตัดต้นไม้หมายถิ่น ซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติของส่วนรวม พร้อมกับช่วยกันปลูกพรรณไม้ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ซึ่งก็สร้างความร่มรื่นให้เมืองและเพิ่มพื้นที่สีเขียวดูดซับก๊าซคาร์บอน กรองฝุ่น ควันพิษ และลดภาวะโลกร้อน ยิ่งไปกว่านั้นต้นไม้สองข้างทางยังเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ที่ร้อยรัดกับชุมชนเอาไว้
ในวันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิถุนายนที่ผ่านมา มูลนิธิไทยรักษ์ป่า ภายใต้การสนับสนุนการดำเนินงานโดย เอ็กโก กรุ๊ป ร่วมกับกรมทางหลวงชนบท และมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ จัด "โครงการอนุรักษ์ไม้หมายเมือง" ปีที่ 4 ณ แยกเชียงขางแสงงาม ต.ท่าศาลา อ.เมืองเชียงใหม่ เพื่อปลุกกระแสอนุรักษ์ไม้หมายถิ่น วิธีการ คือ ให้คนเมืองปลูกต้นไม้หมายถิ่นกับมือ เพื่อปลูกจิตสำนึกให้ชุมชนรู้จักต้นไม้ที่เป็นเอกลักษณ์ท้องถิ่น ไม่ทำลายและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมไปในตัว ถือเป็นกิจกรรมปลุกสำนึกรับวันสิ่งแวดล้อม โดยมี พล.อ.อ.กำธน สินธวานนท์ องคมนตรี ประธานอำนวยการมูลนิธิไทยรักษ์ป่า และ ดร.เจ้าดวงเดือน ณ เชียงใหม่ เป็นประธานเปิดงาน เยี่ยมชมนิทรรศการที่จัดขึ้น พร้อมปลูกต้นราชพฤกษ์ ไม้มงคลสัญลักษณ์ประจำชาติไทย และทองกวาว พันธุ์ไม้พระราชทานเป็นมงคล จ.เชียงใหม่
สำหรับต้นไม้ที่ปลูกคราวนี้ เป็นไม้หมายถิ่นและต้นไม้มงคล 5 ชนิด จำนวน 100 ต้น ประกอบด้วย ราชพฤกษ์ ทองกวาว โดยเฉพาะสารภีป่า ไม้หมายถิ่นของ อ.สารภี ไม้มงคลที่มีอายุยืนนาน กระพี้จั่น ไม้ป่าที่มีดอกสวยงาม จัดเป็นไม้หมายถิ่นของชุมชนดอนจั่น และรวงผึ้ง ไม้หมายถิ่นชุมชนหนองผึ้ง โดยมีชุมชนใกล้เคียง หน่วยงานราชการ เยาวชนคนรุ่นใหม่ และภาคีเครือข่ายสิ่งแวดล้อมเข้าร่วมกิจกรรม ก่อนหน้านี้เคยปลูกต้นพะยอมที่สี่แยกตลาดต้นพะยอม และวัดสวนดอก รวมถึงปลูกไม้แดงและไม้ในพุทธประวัติบริเวณวัดป่าแดงมหาวิหาร
กุล ปัญญาวงค์ ผู้จัดการมูลนิธิไทยรักษ์ป่า กล่าวว่า โครงการไม้หมายเมืองเป็นการปลูกต้นไม้สร้างสิ่งแวดล้อมเมืองที่หายไป เดิมไม้หมายถิ่น ไม้หมายทางขึ้นอยู่ตามท้องถิ่นต่างๆ จะบ่งบอกถึงที่ตั้งของเมืองตามลักษณะภูมิประเทศที่พันธุ์ไม้นั้นขึ้นอยู่เป็นลักษณะเด่น อย่าง ห้วยตึงเฒ่า มีไม้ตุงเป็นไม้หมายเมือง คนโบราณตั้งชื่อตามต้นตึง ไม้ประจำท้องถิ่น รวมถึงเป็นจุดหมายตาคนโบราณ ใช้สังเกตเส้นทางจากเมืองหนึ่งไปอีกเมือง เช่น เส้นจาก ต.สันผีเสือ มายังสะพานสันป่าข่อยใต้ สองข้างทางมีต้นผีเสื้อ ต้นข่อย เป็นไม้หมายทาง แต่ในช่วงหลังจะถูกตัดโค่นออกไปจากการขยายถนนและพัฒนาเมือง ก็พยายามรื้อฟื้นและปลูกใหม่ ปีนี้ปลูกบริเวณแยกเชียงแสนงาม พื้นที่รอยต่อ อ.เมืองเชียงใหม่ และ อ.สารภี จ.ลำพูน เดิมบริเวณนี้ใกล้ชุมชนดอนจั่น มีกระพี้จั่น หรือปี้จั่น เป็นไม้หมายถิ่น ขึ้นเป็นลักษณะเด่น ปัจจุบันไม่เหลือกระพี้จั่นแม้แต่ต้นเดียว จึงปลูกกระพี้จั่นขึ้นใหม่ และปลูกสารภีด้วย เพราะเส้นทางนี้เชื่อมต่อ อ.สารภี ซึ่งมีต้นสารภีเป็นไม้มงคลไม้หมายถิ่น ชื่ออำเภอก็ตั้งตามชื่อต้นไม้ที่ขึ้น แต่สมัยก่อน อ.สารภี มีชื่อเดิม คือ 'ยางเนิ้ง' ก็มาจากต้นยาง ปลูกตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 แล้วก็ปลูกทองกวาวด้วยเพื่อจะได้มีสีสันข้างทาง เวลาออกดอกเป็นช่อสีแดงส้ม
"การปลูกไม้หมายถิ่นเป็นวิธีกระตุ้นให้คนเมืองเห็นคุณค่าต้นไม้เก่าแก่ ไม้หมายถิ่นที่ยังมีอยู่ ส่วนที่เคยตัดไปแล้วก็รื้อฟื้นปลูกใหม่ ต้นไม้ที่หายไปจะกลับคืนมา ถ้าคนในพื้นที่เห็นต้นไม้ที่เคยอาศัยร่มเงาและต้นไม้ที่ปลูกมากับมือ ปลูกในที่สาธารณะ มีคนตัดเพื่อขยายถนน ขยายเมือง จะตื่นตัวมากขึ้น" กุลยืนยัน
ด้าน สมโชติ อ๋องสกุล นักวิชาการประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ บอกเล่าถึงไม้หมายเมืองในแง่มุมประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจให้ฟังว่า แต่ละเมืองมีต้นไม้ใหญ่เก่าแก่ มีความเชื่อว่ามีเทวดาอารักษ์ต้นไม้นั้น ทำให้แตกต่างจากต้นไม้ทั่วไป ส่วนความผูกพันไม้หมายเมืองกับคนเมืองมีพิธีกรรมบูชาในแต่ละปี เช่น กลางเวียงเชียงใหม่ก็มีต้นยาง ซึ่งมีพิธีบูชาในงานสืบชะตาเมืองเป็นประจำทุกปี หากต้นไม้ที่มีความเชื่อเข้าไปเกี่ยวข้องจะมีคุณค่าขึ้น เห็นได้จากต้นโพธิ์เป็นต้นไม้ที่คนตัดน้อย เพราะมีความสำคัญทางพุทธศาสนาและวัฒนธรรม ฉะนั้น ปลูกต้นไม้อย่างเดียวได้แค่ธรรมชาติ ต้องปลูกวัฒนธรรมในใจคนด้วย
"ต้นไม้เมืองเหนือมีกว่า 880 พันธุ์ ทั้งไม้ต้น ไม้ดอก ถ้าสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ วัฒนธรรมการชื่นชมจะเกิดประโยชน์อีกมาก อย่างเส้นทางโบราณเชียงใหม่-ลำพูน มีต้นยางตลอดสองข้างทาง คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าเป็นเส้นทางพระธาตุเสด็จจากสุโขทัยไปยังลำพูนและเชียงใหม่ นอกจากนี้ ยังปลูกสมัยรัชกาลที่ 5 ต้นยางจึงเป็นไม้หมายเมืองลำพูน นำมาสู่การใช้สอยในอดีตเป็นแหล่งน้ำมันยาง ล้วนเกี่ยวข้องวิถีวัฒนธรรม น่าเสียดายความรู้เหล่านี้ไม่อยู่ในระบบโรงเรียน ทำให้ขาดตอน ครูเน้นศัพท์วิทยาศาสตร์ ลักษณะต้น พืชใบ ตอนนี้ 800 กว่าพันธุ์ เรามีความรู้น้อยมาก" นักวิชาการประวัติศาสตร์เน้นย้ำ
สำหรับการอนุรักษ์ไม้หมายเมือง อาจารย์สมโชติเห็นว่า นอกจากชาวบ้าน ชุมชน ที่ต้องตระหนักถึงความสำคัญของต้นไม้แล้ว องค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ควรเห็นคุณค่าของไม้ท้องถิ่นที่กำลังจะหมดไป พยายามฟื้นไม้หมายถิ่นตามหมู่บ้านให้มากที่สุด อย่าง บ้านดอนปิน บ้านพะยอม กาดพะยอม บ้านกว๋าว บ้านขี้เหล็กหลวง บ้านเสี้ยว บางพื้นที่ยังมีร่องรอยของไม้หมายถิ่นหลงเหลืออยู่ นอกจากนี้ จะเป็นวัดที่มีต้นไม้ใหญ่และไม้หมายถิ่นอยู่มาก แต่ถ้าไม่เชื่อมไปถึงความเชื่อและความสำคัญ ก็น่าวิตกจะถูกเปลี่ยนสภาพ ถือเป็นปราการด่านสุดท้ายของไม้สำคัญ เพราะตามบ้านถูกตัดทำลายหมดแล้ว เวลานี้ตนก็ช่วยเสริมเรื่องราวประวัติศาสตร์ของต้นไม้เมืองเชียงใหม่ผ่านกิจกรรมขี่จักรยานโดยเครือข่ายจักรยานเชียงใหม่ จัดสัปดาห์สุดท้ายของเดือน เพื่อสร้างวัฒนธรรมการชื่นชมต้นไม้ พะยอมออกดอกเดือนกุมภาฯ เวลาออกดอกหอมมาก ช่วงนี้อินทนิลออกดอกสีม่วงและหางนกยูงสีส้มกำลังบานสะพรั่งทั่วเมือง ก็ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์และเห็นความสวยงามของต้นไม้
งานอนุรักษ์ไม้หมายเมืองนั้นเป็นโครงการหนึ่งที่มูลนิธิไทยรักษ์ป่าดำเนินการในเขตเมืองเชียงใหม่ แต่การอนุรักษ์ป่าต้นน้ำลำธาร หรือ 'ป่าเมฆ' ก็เป็นอีกงานหนักเช่นกัน กุล ผู้จัดการมูลนิธิคนเดิมระบุทุกวันนี้ป่าเมฆบนยอดดอยอินทนนท์กำลังเสื่อมโทรม ประสบปัญหาจากภาวะโลกร้อน สถานภาพสัตว์ป่าดอยอินทนนท์ก็น่าวิตก นกกินปลีหางยาวเป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่ได้รับผลกระทบ อาจจะสูญพันธุ์ได้ รวมถึงสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก อย่าง ปาดดอยอินทนนท์ อึ่งกรายดอยอินทนนท์ ปาดตีนเหลืองเหนือ ที่ไวต่อการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อม อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยก็ตายได้
นอกจากปัญหาสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง ยังมีการขยายพื้นที่ทำกินของชุมชนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ อย่างบ้านสันดินแดง เป็นหมู่บ้านปกากะญออยู่ใจกลางป่า ทางมูลนิธิฯ ก็ประสานการอนุรักษ์ระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐกับชุมชน มีการกำหนดแนวเขตชัดเจนเพื่อลดการเปิดป่า แล้วก็ลดความหวาดระแวงที่มีต่อกัน สนับสนุนและส่งเสริมให้ชาวบ้านลดใช้สารเคมีเข้มข้น เพราะนี่คือป่าต้นน้ำลำธาร มีการใช้พลังงานจากต้นน้ำ จะทำเป็นหมู่บ้านต้นแบบเพื่อขยายผลในลุ่มน้ำแม่ยะ-แม่ปอน ที่มี 22 หมู่บ้าน ส่วนหมู่บ้านชายขอบป่าก็หนุนงานอนุรักษ์ด้วยเพื่อเป็นกำแพงไม่ให้บุกรุกป่าต้นน้ำ
ผู้จัดการมูลนิธิไทยรักษ์ป่ายังฝากการบ้านสำหรับนักการเมืองที่อาสาจะเข้ามาเป็นรัฐบาลให้เตรียมวางแผนรับมือภัยพิบัติธรรมชาติขนาดใหญ่ให้พร้อม เพราะผลกระทบจากธรรมชาติวิปริตมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น อย่างพายุถล่ม ฝนตกหนัก น้ำท่วม ดินถล่ม มีโอกาสเกิดขึ้นได้ทุดเวลา อย่าง จ.เชียงใหม่ บางพื้นที่ใน อ.แม่แจ่ม ไม่เคยเกิดดินสไลด์ก็เกิดแล้ว ต้องกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ อยากเห็นนโยบายรักษาพื้นที่ป่าไม้และป้องกันการทำลายป่าอย่างมีประสิทธิภาพ ยึดหลัก 'คนอยู่ได้ ป่าอยู่ได้' แล้วก็ควรระมัดระวังนโยบายที่เร่งรัดการขยายพื้นที่เพาะปลูก โดยไม่วางแผนรอบรับรัดกุม เช่น การขยายพื้นที่ปลูกยางพาราเพิ่ม การปลูกพืชเชิงเดี่ยว ฯลฯ ต้นเหตุดินสไลด์ เหตุการณ์ดินถล่มภาคใต้เป็นกรณีศึกษาที่ดี ไม่ควรประมาท.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น